รู้จักอาการจุกลิ้นปี่ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

รู้จักอาการจุกลิ้นปี่ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

พฤศจิกายน 25, 2020 Off By ad_wine

รู้จักอาการจุกลิ้นปี่ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม โดยอาการจุกลิ้นปี่นั้น เกิดจากความเจ็บปวด หรือความไม่สบายตัวบริเวณหน้าท้องส่วนบน ซึ่งสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย และด้วยความที่อาการจุกลิ้นปี่ส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นหลังจากการรับประทานอาหาร ทำให้คนมักจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของระบบภายในร่างกาย จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าที่ควรนัก แต่รู้หรือไม่ว่า หากปล่อยไว้นาน ๆ จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้น เพื่อรับมือการอาการจุกลิ้นปี่ได้ทันเวลา เราไปรู้จักการอาการเหล่านี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

สาเหตุของจุกแน่นลิ้นปี่

สาเหตุของจุกแน่นลิ้นปี่

  • กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อน กลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บหน้าอกและบริเวณลำคอ ซึ่งปกติแล้วกรดไหลย้อนมักทำให้เกิดอาการ เช่น แสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก เจ็บคอ เสียงแหบ รู้สึกเหมือนมีก้อนภายในคอ ไอเรื้อรัง เป็นต้น    
  • อาหารไม่ย่อย อาจเกิดจากการพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดี เช่น กินอาหารในปริมาณมาก กินอาหารเร็วเกินไป กินอาหารมันและอาหารที่มีรสเผ็ด เป็นต้น รวมถึงปัญหาทางสุขภาพและการใช้ยาบางชนิด โดยอาหารไม่ย่อยมักทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ และอาเจียน
  • ภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง คือภาวะที่ร่างกายไม่อาจย่อยน้ำตาลแล็กโทสได้หมด โดยน้ำตาลชนิดนี้พบได้ในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีเอนไซม์แลคเตสที่ช่วยในการย่อยน้ำตาลแล็กโทสในปริมาณน้อย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป หรือการดื่มจัดมาเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งในระยะยาว อาจนำไปสู่การมีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจก่อให้เกิดภาวะทางสุขภาพอันเป็นสาเหตุของจุกแน่นลิ้นปี่ อย่างโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ หรือโรคตับ
  • การรับประทานอาหารมากเกินไป ส่งผลให้ผู้ป่วยจุกแน่นลิ้นปี่ได้เช่นกัน เนื่องจากไปทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวจนเกิดแรงดันต่ออวัยวะโดยรอบ ก่อให้เกิดอาการปวดลำไส้ อีกทั้งกรดในกระเพาะอาหารและของเหลวต่าง ๆ อาจไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร จนทำให้แสบร้อนกลางอกและเป็นกรดไหลย้อนได้
  • โรคไส้เลื่อนกะบังลม เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของกระเพาะอาหาร เคลื่อนตัวไปยังบริเวณหน้าอก ผ่านทางช่องโหว่ของกะบังลม อาจทำให้เกิดอาการ เช่น อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก ระคายเคืองหรือเจ็บคอ เรอเสียงดัง เป็นต้น
  • หลอดอาหารอักเสบ อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยทั้งกรดไหลย้อน โรคภูมิแพ้ การใช้ยา หรือกระทั่งการติดเชื้อ หากไม่เข้ารับการรักษาอาจส่งผลให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ โดยทั่วไป มักทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกหรือบริเวณลำคอ  มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ไอ หรือมีปัญหาในการกลืน 
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เป็นการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร จากการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคภูมิคุ้มกัน หรือกระเพาะอาหารถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง มักทำให้เกิดอาการ เช่น แสบร้อนกลางอก ปวดแสบท้อง ปวดตื้อ จุกเสียด จุกแน่นลิ้นปี่ คลื่นไส้ อาเจียน  เป็นต้น
  • แผลในกระเพาะอาหาร เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือใช้ยาบางชนิดอย่างยาแก้ปวดในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) มากเกินไป อาจส่งผลให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กถูกทำลายจนเป็นแผล อาการที่พบได้บ่อยคือปวดท้องหรือแสบที่กระเพาะอาหาร และยังมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อิ่มง่าย ท้องอืด เรอ แสบร้อนกลางอก และสัญญาณการมีเลือดออกอย่างเหนื่อยล้า ผิวซีดหรือหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย
  • การตั้งครรภ์ ขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นจนไปเบียดกระเพาะอาหาร ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบย่อยอาหารอาจทำให้คนท้องมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่ อีกทั้งยังมีอาการแสบร้อนกลางอกเกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วย อย่างไรก็ตาม สตรีมีครรภ์ที่จุกแน่นลิ้นปี่ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างถี่ถ้วน เพราะอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษได้

นอกจากนี้ อาการจุกแน่นลิ้นปี่ยังอาจเกิดได้จากโรคและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบย่อยอาหารเช่น ภาวะหลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง (Barrett’s Esophagus) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคกรดไหลย้อน โรคถุงน้ำดีอักเสบ โรคลำไส้แปรปรวน โรคมะเร็ง ลำไส้หรือถุงน้ำดีอุดตัน อาการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณช่องท้อง รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นอันตรายร้ายแรงอย่างภาวะหัวใจขาดเลือด เป็นต้น  

วิธีจัดการกับจุกแน่นลิ้นปี่

วิธีจัดการกับจุกแน่นลิ้นปี่

  • ผู้ที่รับประทานอาหารมากจนเกินไป อาจปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารหรือการใช้ชีวิต โดยหันมาพึ่งพาอาหารเพื่อสุขภาพอย่างขิง ดื่มน้ำให้มากขึ้นในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน หรือออกกำลังกายเป็นประจำประมาณ 30 นาทีต่อวัน
  • หากเกิดจากการใช้ยาบางชนิดอย่างยาในกลุ่มเอ็นเสด แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดใช้ยาเหล่านั้น และเลือกใช้เป็นยาลดกรดหรือยายับยั้งการหลั่งกรด เพื่อบรรเทาอาการปวดแทน
  • หากมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับ ระบบย่อยอาหารอย่างกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุของอาการจุกแน่นลิ้นปี่ ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเข้าช่วย

เป็นยังไงกันบ้าง รู้จักอาการจุกลิ้นปี่ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้ ถ้าหากท่านใดที่มีอาการจุกลิ้นปี่รุนแรงกว่าปกติ อย่าปล่อยไว้นานเด็ดขาด เพราะนอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่คาดไม่ถึงอีกด้วย แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัย และทำการรักษาโดยด่วน และเราสามารถดูแลสุขภาพตัวเองด้วยวิธีอื่นๆกันได้ อย่างเช่น ลองไปดูวิธีนี้ แนะนำวิธีลดหน้าท้องง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ เชื่อว่าคงไม่มีคนไหน ชื่นชอบการมีหน้าท้องกันอย่างแน่นอน

รู้หรือไม่ ? 10 ประโยชน์กีฬาวอลเลย์บอล ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพการใช้ชีวิต เป็นหนึ่งในกีฬาทั่วไปที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะให้ประโยชน์ในด้านสุขภาพมากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป